×
ข้อกำหนดเกี่ยวกับวัสดุก่อสร้างที่ต้องรู้

การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความแข็งแรง ทนทาน และความปลอดภัยของโครงสร้างอาคาร วัสดุก่อสร้างพื้นฐานที่ใช้ในงานก่อสร้างทุกประเภทต้องมีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัย

วัสดุเหล็กที่ใช้ในงานก่อสร้าง เช่น เหล็กเส้นกลมและเหล็กเส้นข้ออ้อย ต้องเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด โดยต้องมีค่ากำลังครากไม่น้อยกว่า 400 MPa และมีเครื่องหมายรับรองมาตรฐานบนทุกเส้น ปูนซีเมนต์ที่ใช้ต้องเป็นไปตามมาตรฐาน เช่น ปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์ประเภท 1 และปูนผสมเสร็จ ซึ่งต้องมีการระบุวันผลิตและอายุการใช้งานอย่างชัดเจน ส่วนกระเบื้องเซรามิกควรมีค่าความแข็งแรงและความสามารถในการรับน้ำหนักตามมาตรฐาน

ความปลอดภัยของวัสดุก่อสร้างเป็นสิ่งสำคัญ วัสดุที่ใช้ในอาคารสูงและอาคารสาธารณะต้องมีคุณสมบัติทนไฟตามข้อกำหนด ระบบไฟฟ้าต้องเลือกใช้วัสดุที่ป้องกันการลุกไหม้ได้ดี ห้องน้ำและพื้นที่ที่ต้องเผชิญความชื้นสูงควรใช้วัสดุกันซึมที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้สามารถป้องกันน้ำรั่วซึมและทนต่อสารเคมีได้ดีในระยะยาว

ในปัจจุบัน วัสดุก่อสร้างต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยมีข้อกำหนดห้ามใช้แร่ใยหิน (Asbestos) และกำหนดให้สีและสารเคลือบพื้นผิวต้องมีสารระเหยต่ำ ควรเลือกใช้วัสดุที่ได้รับฉลากเขียวเพื่อช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกทั้งวัสดุที่นำมาใช้ต้องปราศจากสารตะกั่ว แคดเมียม และสารอันตรายอื่น ๆ

วัสดุโครงสร้างหลักต้องผ่านการคำนวณตามมาตรฐานเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถรับน้ำหนักได้อย่างเหมาะสม คอนกรีตเสริมเหล็กที่ใช้ต้องมีค่ากำลังอัดตามที่กำหนดและต้องมีเอกสารรับรองคุณภาพ ส่วนแผ่นพื้นสำเร็จรูปต้องผ่านการทดสอบรับน้ำหนักก่อนนำไปใช้งานจริง

กระบวนการติดตั้งวัสดุต้องเป็นไปตามข้อกำหนด เช่น กระเบื้องปูพื้นควรมีค่าการยึดเกาะและสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่เหมาะสม ต้องมีการเว้นร่องขยายตัวในพื้นที่กว้างเพื่อป้องกันการแตกร้าว วัสดุกันซึมต้องติดตั้งโดยผู้เชี่ยวชาญ และต้องผ่านการทดสอบการกันน้ำหลังติดตั้ง งานระบบไฟฟ้าและประปาควรดำเนินการโดยช่างที่มีใบอนุญาตและต้องผ่านการตรวจสอบก่อนปิดงาน

ทุกโครงการก่อสร้างควรมีเอกสารประกอบ เช่น ใบรับรองคุณภาพจากผู้ผลิต คู่มือการใช้งาน และรายงานผลการทดสอบวัสดุ ก่อนนำวัสดุไปใช้งานควรตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ เครื่องหมายมาตรฐาน และวันผลิต หากพบว่าวัสดุไม่เป็นไปตามข้อกำหนด ควรทดสอบตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อให้แน่ใจว่าสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย

การใช้วัสดุที่ไม่ได้มาตรฐานอาจส่งผลต่อความปลอดภัยของอาคาร และอาจต้องมีการรื้อถอนแก้ไขโดยไม่ได้รับค่าชดเชย นอกจากนี้ อาจมีความเสี่ยงต่อบทลงโทษทางกฎหมายและอาจถูกฟ้องร้องในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ การเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือและตรวจสอบมาตรฐานก่อนซื้อทุกครั้งเป็นสิ่งสำคัญ

การเลือกใช้วัสดุก่อสร้างที่ได้มาตรฐานและเป็นไปตามข้อกำหนดจะช่วยให้งานก่อสร้างมีความปลอดภัย คงทน และมีอายุการใช้งานยาวนาน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อทั้งผู้ใช้งานและผู้อยู่อาศัยในระยะยาว